ซ่อมบำรุงอาคาร: "น้ำยาแอร์" คืออะไร จำเป็นต้องเติมทุกครั้งหลังล้างแอร์ไหม"ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุด" เกี่ยวกับแอร์เลยครับ หลายคนมักถูกช่างแอร์บอกว่า "น้ำยาขาดนะพี่ ต้องเติมหน่อย" ทุกครั้งที่ล้างแอร์ แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปครับ
1. "น้ำยาแอร์" คืออะไร?
น้ำยาแอร์ (Refrigerant) หรือสารทำความเย็น คือสารเคมีที่มีคุณสมบัติเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นก๊าซได้ง่าย ทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" ในการดูดความร้อนจากภายในห้องไปคายทิ้งไว้นอกบ้าน
มันไม่ได้ถูก "ใช้หมดไป" เหมือนน้ำมันรถ
มันไม่ได้ "ระเหยหายไปเอง" เหมือนน้ำในแก้ว
แอร์ทำงานเป็น "ระบบปิด" (Sealed System) น้ำยาจะหมุนเวียนวนไปวนมาอยู่อย่างนั้นตลอดอายุการใช้งานครับ
2. จำเป็นต้องเติมทุกครั้งหลังล้างแอร์ไหม?
คำตอบสั้นๆ คือ "ไม่จำเป็นเลยครับ" * หากแอร์ของคุณยังเย็นปกติ และไม่มีจุดรั่วซึม น้ำยาแอร์จะอยู่ได้นานถึง 10-20 ปี (เท่าอายุเครื่อง) โดยไม่ต้องเติมเลยแม้แต่ปอนด์เดียว
ช่างที่พยายามให้เติมน้ำยาทุกครั้งหลังล้าง มักจะเป็นการหารายได้เสริม หรือบางครั้งอาจเกิดจากความไม่ชำนาญในการวัดแรงดัน (ซึ่งแรงดันน้ำยาจะเปลี่ยนตามอุณหภูมิภายนอกด้วย)
3. เมื่อไหร่ที่ต้อง "เติมน้ำยาแอร์" จริงๆ?
คุณควรเติมน้ำยาก็ต่อเมื่อ "น้ำยารั่ว" เท่านั้นครับ โดยสังเกตอาการได้ดังนี้:
แอร์ไม่เย็น: ลมที่ออกมามีแต่ลมธรรมดา ไม่มีความเย็นเลย
น้ำแข็งเกาะ: มีน้ำแข็งเกาะที่แผงคอยล์เย็น หรือที่ท่อทองแดงนอกบ้าน
มีเสียงรั่ว: ได้ยินเสียงฟู่ๆ เหมือนลมรั่วออกมาจากท่อ
คราบน้ำมัน: เห็นคราบน้ำมันเหนียวๆ เกาะตามข้อต่อท่อทองแดง (เพราะน้ำยาแอร์จะมีน้ำมันคอมเพรสเซอร์ผสมอยู่ ถ้ารั่วจะเห็นคราบน้ำมัน)
⚠️ ข้อควรระวัง: หากน้ำยารั่ว การเติมน้ำยาเพิ่มคือการแก้ที่ปลายเหตุ ช่างต้อง "หาจุดรั่วและอุดรอยรั่ว" ให้ได้ก่อนแล้วค่อยเติมน้ำยาใหม่ครับ ไม่อย่างนั้นเติมไปไม่กี่วันก็หมดอีก
4. ทำไมล้างแอร์แล้วรู้สึกแอร์เย็นขึ้น ทั้งที่ไม่ได้เติมน้ำยา?
นั่นเป็นเพราะเมื่อล้างแอร์ ฝุ่นที่อุดตันตามแผงรังผึ้ง (คอยล์) ถูกกำจัดออกไป ทำให้ลมสามารถพัดผ่านแผงความเย็นออกมาได้สะดวกขึ้น และแผงคอยล์ก็แลกเปลี่ยนความร้อนได้ดีขึ้น แอร์จึงกลับมาเย็นฉ่ำโดยไม่ต้องยุ่งกับระบบน้ำยาเลยครับ
💡 สรุปทริคคุยกับช่าง
ถ้าช่างบอกว่าน้ำยาขาด ให้ถามกลับว่า "ขาดกี่ปอนด์? และรั่วตรงไหน?" หากช่างหาจุดรั่วไม่ได้ แต่ยืนยันจะให้เติมน้ำยา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจจะโดนหลอกครับ