โพสฟรี รองรับSeo และ youtube โพสประกาศขายฟรี

โพสฟรีทุกหมวดหมู่ ลงประกาศซื้อขายฟรี => โพสฟรีติดseo โพสฟรีรองรับyoutube โพสขายของฟรี => : siritidaphon วันที่ 8 May 2026, 17:41:35 น.

: วิธีการใส่สายยางให้อาหารสายยาง ทางจมูก !
: siritidaphon วันที่ 8 May 2026, 17:41:35 น.
วิธีการใส่สายยางให้อาหารสายยาง ทางจมูก ! (https://dseelin.co.th/)

การใส่สายยางให้อาหารทางจมูก (Nasogastric Tube - NG Tube) เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความชำนาญและความระมัดระวังสูงมากครับ โดยปกติแล้ว ควรทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ (พยาบาลหรือคุณหมอ) แต่หากคุณเป็นผู้ดูแลที่ต้องเรียนรู้เพื่อเตรียมตัวหรือทำในกรณีที่ได้รับมอบหมาย นี่คือขั้นตอนมาตรฐานสไตล์ Wellness ที่เน้นความนุ่มนวลและปลอดภัยครับ


1. การเตรียมอุปกรณ์ (Minimal Setup)

จัดเตรียมอุปกรณ์บนถาดสะอาด เพื่อให้หยิบจับได้รวดเร็ว:

สายยางให้อาหาร (NG Tube): เลือกขนาด (Fr) ให้เหมาะกับผู้ป่วย

สารหล่อลื่น (K-Y Jelly): สูตรน้ำเพื่อให้สายเลื่อนลงไปได้ง่ายและลดการบาดเจ็บ

ไซริงค์ (Syringe) ขนาด 50 ซีซี: สำหรับทดสอบตำแหน่งสาย

หูฟัง (Stethoscope): สำหรับฟังเสียงลมในกระเพาะอาหาร

พลาสเตอร์: สำหรับยึดสาย

ถุงมือสะอาด และ แก้วน้ำพร้อมหลอด (กรณีผู้ป่วยยังรู้สึกตัวและกลืนได้)


2. ขั้นตอนการวัดความยาวสาย (Measuring)

ก่อนใส่ต้องวัดความยาวเพื่อให้มั่นใจว่าปลายสายจะลงไปถึงกระเพาะอาหารพอดี:

สูตร NEX: วัดจากปลายจมูก (Nose) -> ไปที่ติ่งหู (Ear lobe) -> แล้วลากลงมาที่ปลายกระดูกหน้าอก (Xiphoid process)

จุดสังเกต: ทำเครื่องหมายไว้ที่สายยางด้วยปากกาหรือพลาสเตอร์ เพื่อให้รู้ว่าต้องใส่เข้าไปลึกแค่ไหน


3. ขั้นตอนการใส่ (Insertion Technique)

จัดท่า: ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงหรือกึ่งนั่งกึ่งนอน หากผู้ป่วยรู้สึกตัว ให้ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อช่วยให้สายผ่านเข้าหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น

หล่อลื่น: ทา K-Y Jelly ที่ปลายสายยางประมาณ 2-4 นิ้ว

ค่อยๆ ใส่: สอดสายเข้าทางรูจมูกข้างที่โล่งอย่างช้าๆ นุ่มนวล

จุดสำคัญ: เมื่อสายถึงช่วงลำคอ ให้บอกผู้ป่วยช่วย "กลืน" (หรือจิบน้ำช่วย) สายจะไหลลงหลอดอาหารตามจังหวะการกลืนครับ

ข้อควรระวัง: หากผู้ป่วยมีอาการไอ หน้าเขียว หรือหายใจลำบาก ให้ดึงสายออกทันที เพราะสายอาจหลุดเข้าหลอดลม


4. การตรวจสอบตำแหน่งสาย (The Critical Step)

สำคัญมาก: ห้ามให้อาหารเด็ดขาดจนกว่าจะมั่นใจว่าสายอยู่ในกระเพาะอาหารแล้ว!

การดูดน้ำย่อย: ใช้ไซริงค์ดูดดูว่ามีของเหลวในกระเพาะ (น้ำย่อย) ออกมาหรือไม่

การฟังเสียงลม (Air Insufflation): ใช้ไซริงค์อัดลมประมาณ 10-20 ซีซี เข้าไปในสายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้หูฟัง (Stethoscope) ฟังที่บริเวณใต้ชายโครงซ้าย หากได้ยินเสียง "ฟุบ" (Whoosh sound) แสดงว่าสายอยู่ในกระเพาะแล้ว

การทดสอบกรด: หากมีแผ่นวัดค่า pH น้ำย่อยในกระเพาะควรมีความเป็นกรด (pH < 5)


5. การยึดสาย (Securing)

เมื่อมั่นใจว่าสายอยู่ถูกที่แล้ว ให้เช็ดผิวหนังจมูกให้แห้งและใช้พลาสเตอร์พันยึดสายติดกับจมูกให้แน่นแต่ไม่รั้ง

จัดสายยางส่วนที่เหลือติดไว้กับเสื้อของผู้ป่วยเพื่อป้องกันสายถูกดึงรั้งโดยไม่ตั้งใจ