วิธีการใส่สายยางให้อาหารสายยาง ทางจมูก !การใส่สายยางให้อาหารทางจมูก (Nasogastric Tube - NG Tube) เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความชำนาญและความระมัดระวังสูงมากครับ โดยปกติแล้ว ควรทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ (พยาบาลหรือคุณหมอ) แต่หากคุณเป็นผู้ดูแลที่ต้องเรียนรู้เพื่อเตรียมตัวหรือทำในกรณีที่ได้รับมอบหมาย นี่คือขั้นตอนมาตรฐานสไตล์ Wellness ที่เน้นความนุ่มนวลและปลอดภัยครับ
1. การเตรียมอุปกรณ์ (Minimal Setup)
จัดเตรียมอุปกรณ์บนถาดสะอาด เพื่อให้หยิบจับได้รวดเร็ว:
สายยางให้อาหาร (NG Tube): เลือกขนาด (Fr) ให้เหมาะกับผู้ป่วย
สารหล่อลื่น (K-Y Jelly): สูตรน้ำเพื่อให้สายเลื่อนลงไปได้ง่ายและลดการบาดเจ็บ
ไซริงค์ (Syringe) ขนาด 50 ซีซี: สำหรับทดสอบตำแหน่งสาย
หูฟัง (Stethoscope): สำหรับฟังเสียงลมในกระเพาะอาหาร
พลาสเตอร์: สำหรับยึดสาย
ถุงมือสะอาด และ แก้วน้ำพร้อมหลอด (กรณีผู้ป่วยยังรู้สึกตัวและกลืนได้)
2. ขั้นตอนการวัดความยาวสาย (Measuring)
ก่อนใส่ต้องวัดความยาวเพื่อให้มั่นใจว่าปลายสายจะลงไปถึงกระเพาะอาหารพอดี:
สูตร NEX: วัดจากปลายจมูก (Nose) -> ไปที่ติ่งหู (Ear lobe) -> แล้วลากลงมาที่ปลายกระดูกหน้าอก (Xiphoid process)
จุดสังเกต: ทำเครื่องหมายไว้ที่สายยางด้วยปากกาหรือพลาสเตอร์ เพื่อให้รู้ว่าต้องใส่เข้าไปลึกแค่ไหน
3. ขั้นตอนการใส่ (Insertion Technique)
จัดท่า: ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงหรือกึ่งนั่งกึ่งนอน หากผู้ป่วยรู้สึกตัว ให้ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อช่วยให้สายผ่านเข้าหลอดอาหารได้ง่ายขึ้น
หล่อลื่น: ทา K-Y Jelly ที่ปลายสายยางประมาณ 2-4 นิ้ว
ค่อยๆ ใส่: สอดสายเข้าทางรูจมูกข้างที่โล่งอย่างช้าๆ นุ่มนวล
จุดสำคัญ: เมื่อสายถึงช่วงลำคอ ให้บอกผู้ป่วยช่วย "กลืน" (หรือจิบน้ำช่วย) สายจะไหลลงหลอดอาหารตามจังหวะการกลืนครับ
ข้อควรระวัง: หากผู้ป่วยมีอาการไอ หน้าเขียว หรือหายใจลำบาก ให้ดึงสายออกทันที เพราะสายอาจหลุดเข้าหลอดลม
4. การตรวจสอบตำแหน่งสาย (The Critical Step)
สำคัญมาก: ห้ามให้อาหารเด็ดขาดจนกว่าจะมั่นใจว่าสายอยู่ในกระเพาะอาหารแล้ว!
การดูดน้ำย่อย: ใช้ไซริงค์ดูดดูว่ามีของเหลวในกระเพาะ (น้ำย่อย) ออกมาหรือไม่
การฟังเสียงลม (Air Insufflation): ใช้ไซริงค์อัดลมประมาณ 10-20 ซีซี เข้าไปในสายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับใช้หูฟัง (Stethoscope) ฟังที่บริเวณใต้ชายโครงซ้าย หากได้ยินเสียง "ฟุบ" (Whoosh sound) แสดงว่าสายอยู่ในกระเพาะแล้ว
การทดสอบกรด: หากมีแผ่นวัดค่า pH น้ำย่อยในกระเพาะควรมีความเป็นกรด (pH < 5)
5. การยึดสาย (Securing)
เมื่อมั่นใจว่าสายอยู่ถูกที่แล้ว ให้เช็ดผิวหนังจมูกให้แห้งและใช้พลาสเตอร์พันยึดสายติดกับจมูกให้แน่นแต่ไม่รั้ง
จัดสายยางส่วนที่เหลือติดไว้กับเสื้อของผู้ป่วยเพื่อป้องกันสายถูกดึงรั้งโดยไม่ตั้งใจ